Prima's profileShine on PreartherPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
Shine on Preartherแสงสาดส่อง |
|||||
|
|
4/26/2009 จากกรุงเทพสู่เบตง....เมืองปักษ์ใต้ต่างกลิ่นไอ ภาค2ทางไปเบตงที่เลือกไปในคราวนี้แตกต่างไปจากที่เคยไป เพราะเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่3จว.ชายแดนภาคใต้นั่นเอง ถนนทางลัดตามหมู่บ้าน หรือถนนที่เสี่ยงอันตราย ก็จะถูกปิดจะเข้าได้เฉพาะชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนถนนเส้นนั้นเท่านั้น ปะป๊าเลยพาไปเส้นที่เข้าตัวอำเภอเมืองจังหวัดยะลา เราก็ค่อนข้างจะตื่นเต้นกับถนนหนทางเขามากหน่อย เพราะถึงแม้จะเป็นจว.ที่ขึ้นชื่อว่าอยู่ไกลเมืองหลวงแทบจะที่สุดก็ยังมีถนนที่ดี มีเลนสำหรับรถจักรยานด้วย การวางผังเมืองถือว่าดีที่สุดในประเทศเลยก็ว่าได้ เพราะจุดที่ผู้คน อาศัยจะเป็นคนละจุดกับพวกศาลากลางจังหวัด โรงพยาบาล สาธารณสุข สถานีตำรวจ ดูแล้วก็แปลกดีถ้ากรุงเทพมหานครจัดผังเมืองได้แบบนี้ตั้งแต่ทีแรกละก็รถคงไม่ติดแน่ๆ แต่พูดไปเราก็เปลี่ยนผังเมืองกทม.ไม่ได้อยู่ดีเนอะ ฮะๆ ต่อๆ วันที่ไปดูเหมือนว่าจะเป็นวันแจกเช็คช่วยชาติพอดี(ช่วง25-29มีนาคม 2552) ก็มีชาวบ้านจอดมอเตอร์ไซด์ เต็มหน้าศาลากลางจังหวัดเลย แทบไม่มีพวกรถเก๋ง รถกระบะ เหมือนเป็นวัฒนธรรมคนใต้เลยส่วนมากจะเห็นขับมอเตอร์ไซด์กัน ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ซื้อรถ เก็บสตางค์ไว้ดีกว่า ในตัวเมืองก็มีชาวมุสลิมมากมายเลย สมกับเป็น3จว.ภาคใต้จริงๆ หลังจากผ่านตัวเมืองก็เริ่มเข้าสู่เส้นทางไปอำเภอเบตง อำเภอใต้สุดแห่งประเทศไทย! เส้นทางไปเบตง นั้นคดเคี้ยวเลี้ยวโค้งทำให้รู้สึกเหมือนนั่งโรลเลอร์โคสเตอร์อยู่เลยทีเดียว ฮ่าๆ มากี่ครั้งก็ยังไม่ชิน ก็ไปแบบไม่พัก ไม่เมารถเลย ร้องเกะ ฟังเพลง ดูวิวกันชิลๆมากมาย ทางที่ไปก็ส่วนมากจะเป็นสวนยาง ต้นยางนี่ดูจากความสูงก็10ปีอัพกันหมด ส่วนที่ไม่ใช่สวนยางก็เป็นป่าดงดิบบ้างอะไรบ้าง บางทีก็มีต้นกล้วยต้นอะไรปลูกแซมๆในป่า นอกจากแถบๆเบตงจะปลูกต้นยางเยอะมากกแล้ว ก็ปลูกส้มโชกุนด้วย แล้วที่ขึ้นชื่อเลยคือ"ผักน้ำ"นั่นเอง ใครเคยกินก็คงติดใจ เป็นผักกินง่ายๆแบบตำลึง เอามาทำแกงจืด ดี เอามาผัดก็อร่อย (ใครอยากลองชิมก็ลองไปซื้อทานจากเสรีเซนเตอร์ก็ได้นะคะ มีขาย) มาเข้าสู่เรื่องการเดินทางต่อหลังจากฝอยเรื่องต้นไม้และพืชผักผลไม้มาหลายบรรทัด หลังจากเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์(รถไฟเหาะ)มาเป็นเวลาเกือบๆ3ชม.ได้ก็ถึงอำเภอเบตง อำเภอที่เป็นจุดหมายของการเดินทางครั้งนี้จนได้ แต่ไว้ต่อตอนต่อไปก็แล้วกันเพราะต้องฝอยอีกมากหลังจากเข้าสู่เบตงมาแล้ว!~ 4/11/2009 จากกรุงเทพฯ....สู่เบตง เมืองปักษ์ใต้ ต่างกลิ่นไอแบกกระเป๋าขึ้นฟอร์จูเนอร์ของท่านพ่อแล้วบุกตะลุย...! เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯเพื่อมุ่งไปยังเบตงจุดหมายที่ต้องการ การเดินทางครั้งนี้เปลี่ยนแพลนจากการนั่งเครื่องไปปีนังแล้วนั่งแท็กซี่ไปเบตง เนื่องจากข้าพเจ้าติดเรียนพิเศษนั่นเอง ฟังแล้วแอบเศร้า ฮะๆ มาเข้าเรื่องกันต่อดีกว่า อื่ม! ออกเดินทางจากประเวศตั้งแต่ช่วงบ่ายโมงไปเทพารักษ์เพื่อขึ้นด่วนไปพระราม2 แต่ก่อนไปก็แวะบ้านใหม่ไปรดน้ำต้นไม้เสียก่อน แล้วมุ่งไปยังสายใต้ ผ่านจังหวัดต่างๆมากมาย แวะปั๊มทุก2-3ชม.ตามสไตล์ชิลๆ มองออกไปยังนอกหน้าต่างเห็นนาเกลือ นาข้าว บ่อปลา บ่อกุ้ง วัด โรงเรียนมากมาย แต่ที่แอบสะดุดตาช่วงจังหวัด2จังหวัดแรกก็คือร้านแม่กิมไล้ของแม่ผอ.รร.นั่นเอง ฮ่าๆ นั่งรถเรื่อยๆฟังเพลง+ร้องเพลงสนุกสนานแอนด์อะชิลๆ เย็นๆก็แวะกันที่"อ่าวมะนาว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์" ไปกินข้าวเย็นกันหน่อยก็กะว่าจะซัดซีฟู้ดต์กันให้เรียบทีเดียว ก็เข้าไปตรงมุมขายอาหารมีโต๊ะหินอ่อนให้นั่งก็ค่อนข้างสะอาดอยู่ทีเดียว มองหาร้านซีฟู้ดส์กินดีก่า มองไปส้มตำ ไก่ย่าง ห่อหมกทะเล ข้าวเหนียว ลาบ น้ำตก เฮ้ย!sea foodsละ!! สงสัยมีแต่คนอีสานทำงานที่นี้มั้งเหอะๆ ก็เลยกินก๋วยเตี๋ยวน้ำตกไปชามนึงก็แพงโขอยู่ทีเดียว25บาท เอ๊ะ หลายคนว่าแพงตรงไหน? มันแพงเมื่อเทียบกะขนาดชามนะสิท่าน กะต๊อยนึงเอง และแล้วเราก็ได้ค้นพบความจริงว่าถ้าจะกินsea foodsนั้นไซร้ต้องไปอีกบล็อคนึง ฮึ่ม! ด้วยความหิวก็เลยไปกินต่อที่บล็อคsea foodsนั่นแหละ ก็สั่งอาหารกินบ้างเล่นหมากฮ้อส ที่ไร้ความยุติรรมบ้าง ปัดแมลงวันบ้าง พอกินเสร็จก็ไปเดินย่อยอาหาร พูดง่ายๆก็ไปเดินเล่นที่อ่าวมะนาวนั่นแหละ อ่าวมะนาว ทะเลและหาดทรายก็จัดในระดับที่ว่าสวยน่าเล่นทีเดียว อยู่ในการดูแลของกองทัพ มีบ้านพักให้เช่า มีรถยาวๆนั่งชิล ดูบรรยากาศ เมื่อเดินเล่นเสร็จแล้วก็ขึ้นรถและเล็ท สะ โก ต่อเลยซึ่งเป็นช่วงเวลาเริ่มมืดละ ชม.ต่อมาก็เริ่มแสวงหาปั๊ม เพื่อแปรงฟันและเข้าห้องน้ำ อืม..ปั๊มที่ห่างไกลกรุงเทพไปเรื่อยๆก็มีทั้งสะอาด สะอาดมาก และสะอาดนิดนึง ปั๊มที่ได้แวะนั้นเป็นปั๊มปตต.บรรยากาศของปั๊มก็หรูอยู่ทีเดียว แผงขายของก็ไม่ธรรมดา ไม่ใช่แผงเลยละเป็นร้านขายเหมือนพวกตามชายหาดหรูๆยังไงยังงั้น และก็เดินแบกอุปกรณ์ไปแปรงฟัน เดินมาที่หน้าห้องน้ำก็ไม่ธรรมดาแล้วหล่ะ ตกแต่งราวกับโรงแรมหรู พอเข้าไปก็พบกับความตะลึงตึงตัง เพราะห้องน้ำสะอาดดีมาก+หรูด้วย มองไปเห็นป้ายในห้องน้ำเขียนว่า "รางวัลห้องน้ำดีเด่นระดับโลก" อันนี้สมควรให้เขาจริงๆ ก็แปรงฟัน ล้างหน้า เข้าห้องน้ำ บ้วนปาก และออกมาก็แวะเซเว่นกันไป อื่ม! เสร็จสรรพก็เป็นเวลาราวๆทุ่มกว่า2ทุ่ม แล้วเริ่มออกเดินทางกันต่อ ก็แวะปั๊มอีกบ้างอะไรบ้าง และพอมาถึงจังหวัดสุราษฏานีนั้น ก็ได้พบกับแผงขายไข่เค็มที่ยาว~ เปื้อย! และท่านพ่อก็คิดได้ว่าน่าจะซื้อของไปฝากญาติสนิทมิตรสหายกันบ้าง ก็เลยไปแวะที่ร้านไข่เค็ม ร้านหนึ่งซึ่งเมื่อแวะร้านนึงแล้วทุกร้านนั้นไซร้ หันมามองกันควับ- -; เพราะร้านมันเยอะมากกก แต่ละร้านก็โปรโมชั่นเดียวกันหมดซะด้วย คนซื้อก็เหมือนสุ่มเลยหละ ระหว่างที่ท่านพ่อซื้อไข่เค็มกว่า20กล่องนั้นก็เพิ่มความอบอุ่นด้วยการกินโจ๊กหมูที่แวะซื้อมาจากเซเว่น และดูคอนเสิร์ตอะไรไม่รู้ มีดีว่าเต็มเลย ทั้งชากิล่า,ซีลีน ดีออน,ฯลฯ ซึ่งจากการถามไถ่พ่อและพี่ก็เป็นคอนเสิร์ตที่จัดมากว่า10-20ปีแล้ว - -; เราเองดูแล้วก็อึ้งๆเพราะว่าบรรยากาศคอนเสิร์ตมันดูใหม่มาก ก็อย่างว่าฝรั่งจัดอะไรก็ย่อม เพื่อแผ่อนาคตไว้อะนะ และก็ออกเดินทางต่อไปเรื่อยๆ เปลี่ยนไปดูชินจังบ้างอะไรบ้างยัน5ทุ่มทุกคนเริ่มจะหลับกันหมดแหละ แรกๆก็กะว่าจะผลัดกันตื่นมาคุยกะปะป๊าทุกๆ 2-3ชม.ต่อคน แต่ความง่วงมันก็ห้ามกันไม่ไหวจริงๆ เราจึงสละการนอนโดยการแหกขี้ตาตื่นมาคุยกับปะป๊าเป็นระยะๆและก็มาแวะปั๊มพักตอนตี2 แล้วก็นอน แต่เรานี่ซิ นอนไม่ได้เลย ไม่ใช่ว่านอนไม่หลับเพราะเราเป็นคนหลับง่ายอยู่แล้วแหละ แต่น้องนอนกินที่ซ๊า อื่มพอนอนแล้วก็มาเหงื่อไหลไคลย้อย ร้อนๆเต็มตักเราก็ใครจะนอนหลับร้อนแย่ เลยทีเดียว ก็พักได้ชม.กว่าแล้วออกเดินทางต่อไปเรื่อยๆตื่นบ้างสัปหงกบ้างปวดคอบ้างจนมาถึงหาดใหญ่ประมาณตี3กว่าๆ ซึ่งเงียบมาก เราก็ปวดฉิ้งสุดๆ ท่านพ่อก็สนอง ความปวดด้วยการวนหลงทางในตัวเมืองกว่า20นาที- -' เพราะไม่มีปั๊มที่เปิดเลย สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการหาโรงแรมแล้วนอนพักซัก3ชม.เป็นโรงแรมเล็กๆ พอเข้าห้องน้ำเสร็จเราก็นอนเลยมีเตียงเดียวก็สลบอยู่คนเดียว3ชม.รวด คนอื่นก็นั่งๆนอนๆผลัดกัน 55+ พอตื่นก็ล้างหน้าแปรงฟัน ไปกินติ่มซำในตัวเมืองหาดใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในความปรารถนาของเราจากการเดินทางครั้งนี้ แต่ปรากฏว่าร้านที่เคยมากินตอน3-4ปีก่อนมันปิดไปแล้ว- -; เศร้าเลย เลยวนหาร้านอื่นอยู่นานทีเดียว ตบท้ายด้วยการถามไถ่คนในพื้นที่ และก็กินติ่มซำอย่างอิ่มหนำสำราญกันเลยทีเดียว โดยมีเพื่อนเก่าของท่านพ่อมาแจมด้วยเล็กน้อย บรรยากาศของตัวเมืองหาดใหญ่นี่จะเป็น อะไรที่หลากหลายมากๆมีบ้านแบบสไตล์คนจีน มุสลืม โมเดิร์น และมีโรงแรมหรูหรา มีห้างสรรพสินค้า มีเคมี อ.อุ๊ 555 หลังจากกินติ่มซำเสร็จก็ไปบ้านเพื่อนพ่อเล็กน้อย ให้ไข่เค็ม ดูหงส์กระโดดข้ามคูน้ำ และเพื่อนของพ่อก็ฝากของไปไหว้เชงเม้งที่เบตงด้วย และหลังจากนั้นเราก็เริ่มออกเดินทางกันต่อคราวนี้มุ่งหน้าไปยังเบตง ท่านพ่อกล่าวว่า ใช้เวลาซัก3-4ชม.ก็ถึง จะเป็นอย่างไรก็ติดตามตอนต่อไป~ 12/7/2008 แนะนำเพลงให้ไปฟังดีกว่า....^^สวัสดีท่านผู้อ่าน ผู้ขี้เกียจอ่าน ผู้ชายตามอง และผู้ไม่อ่านทุกท่าน( ? จะไปทักเขาเพื่อ ) 0.0012% ที่จะมีคนอ่านสเปชซึคุงของข้าน้อย (เทียบจากอะไรไม่ทราบเช่นกัน แหะๆ)
ตามหัวข้อเลยดีกว่า แนะนำเพลงให้ไปฟัง และอยากให้คุณๆที่เข้ามาอ่านแนะนำให้ข้าน้อยด้วยนะจ้ะ^^ เพื่อไปฝึกร้องเล่นโชว์(ใคร?)ได้บ้าง
เพลง ที่อยากให้ฟังมันเป็นจังหวะของเพลงมากกว่าความหมายซะอีก เพราะตีความไม่ค่อยเก่ง แหะๆ
-เพลงSlow me down ของ Emmy Rossum
*ฟังแล้วในฟิลของตัวเองจะนึกถึงนอนอยู่ใต้ทะเลดูปะการังเห็นฟองอากาศ ทำนองนั้นเลยนักร้องคนนี้เป็นนางเอกเรื่องPhantom of the opera ด้วย(อาจจะสะกดผิด*0*)
-เพลงระยะปลอดภัย เวอร์ชั่นแจ๊ส ร้องโดย จีน AF1
*ฟังแล้วชิวมากเลย เหมือนนอนฟังอยู่ริมหาดมีลมพัดเย็นๆ คิคิ
-เพลง If I ain't got you ของ Alicia keys
*ความหมายดีเพลงเพราะเสียงเปียโนเยี่ยมมากๆเลย ดูแล้วอยากรักเลย อิอิ
3เพลงนี้น่าจะรู้จัก2เพลงล่างกันเนอะ^^
11/14/2008 ancient....modernโบราณ(เก่า)....ล้ำยุค(ใหม่) อะไรที่ดีกว่ากัน?
โบราณ ถ้ากล่าวถึงคำๆนี้ คำที่จะพุดขึ้นมามีมากพอควรเลย เช่น ความเชื่อ งมงาย ล้าหลัง เก่าเก็บ ความจริงโบราณก็มีจุดดีที่เราน่าจะเอามาปรับใช้กันในยุคนี้อยู่หลายเรื่อง เช่นว่า ความมีน้ำใจ ไม่ถือวัตถุธรรม(ออกแนววิชาสังคมฯนิดนึง *0*) ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล การแสดงออก แต่ถ้าเราไปคุยเรื่องพรรค์นี้กับคนบางคน เขาอาจจะหาว่าเรา หัวโบราณก็ได้ แต่หากโดนว่าไปแล้วก็ลองถามว่า แล้วสมัยใหม่มีอะไรดีมั่งล่ะ?
สมัยใหม่...? อืม สะดวกสบาย แสดงออกได้ชัดเจนถึงความเป็นตัวตนของเรา การเลียนแบบแฟชงแฟชั่น เทคโนโลยี ซึ่งทั้งหมดมันก็ใช่อยู่ แต่สังเกตว่าเน้นไปทางวัตถุมากกว่าจิตใจเยอะเลย
สรุปแล้วสมัยเก่าและสมัยใหม่ก็เป็นสิ่งที่เราไม่จำเป็นต้องยึดติดทั้งหมด เราควรจะเป็นคนปรับ(adapt)ทุกเรื่อง ให้อยู่ในปริมาณและขอบเขตที่เหมาะสม แต่ทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นเสมอไป แต่หากทุกคนมีความเก่าและใหม่อยู่ในตัวของตัวเอง และมีความเป็นตัวเอง และสิ่งที่เป็นไม่ได้สร้างความเดือดร้อน หรือไปทำให้วัฒนธรรมที่ดีมันเพี้ยนไป หรือล้ำยุคเกินหน้า จนคุยกับใครไม่รู้เรื่อง และไม่เห็นแก่ตัวเกินไป เท่านั้นก็OKแล้ว
เห็นด้วยไหม.....? 5/8/2008 อนาคตที่อยากเป็น.....อะไรที่คุณก็ไม่เคยรู้(มั้ง) อนาคตอยากเป็นเภสัชกร อันนี้รู้กันมากแล้ว แต่ถ้าบอกว่ามีอีกอย่างที่อยากเป็นอาจจะอึ้งทึ่งสยองก็ได้ อ่านให้ดี เราก็อยากเป็นนักร้อง นะ ตอนนี้กำลังคิดจะเรียนร้องเพลงมันคงไม่มีคำว่าสายเกินไปหรอกเนอะสำหรับความฝันของเรา คุณละอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร รีบๆทำก่อนมันจะสายเกินไปนะ วันนี้เขียนสั้นๆง่ายๆได้ใจความลึกซึ้งรับประทานใจเสมอขอรับ^_^ |
|
|||
|
|